Posted in สาระน่ารู้ สุขภาพ

น้ำนมถั่วเหลือง เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

น้ำนมถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลือง เป็น เครื่องดื่มที่ทำจากถั่วเหลือง ด้วยการนำถั่วเหลืองมาบดปั่นกับน้ำกินแล้วคั้นกรองเอากากทิ้งไป บางทีอาจแต่งรสด้วยการใส่เกลือหรือน้ำตาลลงไป น้ำนมถั่วเหลืองมีโปรตีนจากถั่วเหลือง มีเส้นใยธรรมชาติที่ดีต่อระบบขับถ่าย รวมทั้งมีส่วนประกอบที่สำคัญ เป็น สารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) หลังบริโภคนมถั่วเหลือง ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงสารเคมีจำพวกนี้ให้เป็นสารไฟโตรเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ที่มีองค์ประกอบใกล้เคียงกับเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนผู้หญิงที่ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานของระบบฮอร์โมน สภาวะต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมน  ด้วยเหตุนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็เลยคาดว่าองค์ประกอบต่างๆในน้ำนมถั่วเหลืองแล้วก็สารไอโซฟลาโวนบางทีอาจเป็นผลดีต่อร่างกาย และก็บางทีอาจมีผลทางการรักษาอาการป่วยบางอย่างได้ ฉะนั้น จึงมีการค้นคว้าทดสอบมากมาย ถึงประโยช์จากนมถั่วเหลือง เพื่อค้นคว้าทำการวิจัยว่าน้ำนมถั่วเหลืองเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการมีประโยชน์มากแค่ไหน…

Continue Reading...
Posted in สาระน่ารู้ สุขภาพ

วิธีกิน คอลลาเจน

วิธีกินคอลลาเจนให้หน้าเด็กแก้หน้าโทรม คงเคยได้ยินกันมาแล้วกับประโยชน์เส้นใยของ คอลลาเจน อีลาสตินกันมาก่อนใช่ไหม ทราบหรือไม่ว่าร่างกายของมนุษย์เรานั้นก็สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ เพื่อคลายความสงสัย ให้รู้ลึกรู้จริงมากยิ่งขึ้น มาอ่านบทความนี้กันค่ะ คอลลาเจน แท้จริงนั้นคืออะไร เหตุใดถึงมีความสำคัญต่อเรื่องความงาม สุขภาพ ผิว จนสาวๆทั้งหลายต้องสรรหามากินกัน ยิ่งสาวๆวัยทำงานยิ่งต้องรีบหามาทาน เหตุใดคอลลาเจนถึงเป็นที่นิยม หลายคนอาจจะสงสัยว่า คอลลาเจน มีสรรพคุณช่วยชะลอวัยได้อย่างไร ช่วยป้องกันผัวหนังหย่อนคล้อยได้จริงหรือ คำตอบก็คือ ใช่นั่นเอง เพราะคอลลาเจนนั้น คือเส้นใยโปรตีนอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผิว…

Continue Reading...
Posted in สุขภาพ

รับประทาน วิตามินซีมากมายไป บางทีอาจเกิดอันตรายต่อสภาพร่างกาย

วิตามินซีนั้นนับได้ว่าเป็นวิตามินที่ได้รับการเล่าขานมานานแล้ว ในเรื่องของคุณค่าที่มีต่อร่างกาย รวมทั้งจะต้องบอกสามารถที่จะใช้เป็นวิตามินที่บำรุงร่างกายได้เลย  คนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจได้รับวิตามินนี้จากการทานอาหาร หรือจะได้รับที่เกิดจากการกินอาหารเสริมต่างๆจนกระทั่งบางบุคคลมิได้คิดด้วยว่าวันหนึ่งบางทีก็อาจจะได้รับวิตามินซีนี้เยอะเกินไป แล้ววันนี้พวกเราจะมาเอ๋ยถึงว่าแล้วถ้าหากร่างกายของผู้คนรับวิตามินซีมากเกินความจำเป็นจะเป็นอย่างไร รวมทั้งจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของพวกเราอย่างไรบ้าง พวกเรามาหาคำตอบไปพร้อมได้เลยนะครับ วิตามินซีที่ส่งผลต่อร่างกาย วิตามินซีหรือที่เรียกกันอีกชื่อกันว่ากรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid) เป็นสารที่มีความสำคัญมากมายต่อการก้าวหน้าเพิ่มโต แล้วก็การพัฒนาส่วนต่างๆและก็ช่วยสำหรับในการซ่อมบำรุงเยื่อต่างๆของร่างกาย และก็นอกเหนือจากนั้นครับผม วิตามินซียังถือได้ว่าสารอาหารที่จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในสารอาหารที่มีคุณภาพเยอะที่สุดสำหรับในการช่วยสร้างเสริมร่างกาย แล้วก็ตังเก่งของวิตามินซีเลยก็คือช่วยในเรื่องบันเทาของกินหวัดนี่แหละนะครับ และช่วยคุ้มครองป้องกันโรคแทรกที่จะมาพร้อมกับโรคต่างๆอีกด้วย แล้วก็ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิต้านทาน และก็คุ้มครองโรคหัวใจและก็เกียวกับเส้นเลือดได้อย่างดีเยี่ยม เด่นในด้านการผลิตคอลลาเจนอีก รวมทั้งเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการดูดซึมธาตุเหล็กอีกด้วย รวมทั้งยังไม่หมดครับผม ยังช่วยสำหรับการสร้างเสริมแล้วก็รักษาแผลให้หายไวอีกด้วยครับผม แล้วถ้าหากกินวิตามินซีมากเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดผลกระทบยังไง? วิตามินซีนั้นเป็นสารที่จำต้องพูดว่าให้คุณประโยชน์แล้วก็ไม่มีโทษอะไรก็แล้วแต่ต่อสภาพทางด้านร่างกายเลย และก็ได้รับการจัดชั้นมาแล้วว่าเป็นสารอาหารที่มีความปลอดภัยเยอะที่สุด โดยเหตุนั้นการที่พวกเรารับประทานวิตามินซีมากเกินกว่าร่างกายของพวกเราอยากได้นั้นจะก่อให้ร่างกายของพวกเรานั้นไม่สามารถที่จะซับไปใช้ได้หมด เนื่องจากว่าในทุกวันนั้นร่างกายของผู้คนก็จะดูดเอาสารที่ได้จากวิตามินซีไปใช้ในปริมาณที่เพียงพอต่อสภาพทางด้านร่างกาย จะมิได้ดกิดผลกระทบหรือโรครุนแรงต่อสุขภาพอะไรก็แล้วแต่ถึงวิตามินซีนั้นจะมิได้ส่งผลให้เกิดโรคหรือมีผลกระทบรุนแรงใดๆก็ตามต่อสภาพทางด้านร่างกายก็ตาม แต่ว่าการรับวิตามินซีมากเกินความจำเป็นนั้น ก็น่าจะมีลักษณะอาการละคายเคืองบ้าง จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบการย่อยของอาหาร เหตุเพราะการรับวิตามินซีมากจนเกินไปนั้นบางครั้งอาจจะถูกซับไปใช้ได้ไม่หมด และบางทีอาจมีการละคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารบ้าง รวมทั้งร่างกายก็บางทีอาจกำเนิดท้องเดินได้นั่นเอง เป็นไงบ้างละครับทุกคน หวังว่าเนื้อหานี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนที่เข้าอ่านด้วยครับผม ขอขอบคุณมากบทความดีๆจากเว็บไซต์ sanook ด้วยครับ   กีฬายอดฮิตใน FIFA55 อ่านต่อได้ที่นี่    

Continue Reading...
Posted in สุขภาพ

โทษของน้ำตาล ภัยร้ายแสนหวาน

น้ำตาลอยู่ในกรุ๊ปของคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่ง ให้พลังงานแก่ร่างกายได้แต่ว่าถ้าหากกินในจำนวนที่มากจนกระทั่งเกินความจำเป็น  ก็ก่อให้เกิดปัญหาด้านของสุขภาพได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนั้นทุกคนจำเป็นจะต้องลดปริมาณของการรับประทานของกินเครื่องดื่มต่างๆที่มีน้ำตาลสูงเพื่อลดการเสี่ยงต่อโรคต่างๆแล้วก็สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง น้ำตาลประเภทใดที่มีผลต่อสุขภาพ น้ำตาลเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต ธรรมดาจะพบน้ำตาลได้ในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เป็นต้นว่า ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช แล้วก็ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาหารดังที่กล่าวมาแล้วล้วนประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆที่สำคัญต่อร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นธาตุ วิตามิน โปรตีน ใยอาหาร หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุนี้ การบริโภคน้ำตาลตามธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหารแบบไม่ผ่านแนวทางการผลิตก็เลยมักไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ผู้ผลิตหลายรายตอนนี้มักเพิ่มน้ำตาลลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรืออาหารหวาน เพื่อแต่งรสให้หวานอร่อยผู้บริโภค โดยน้ำตาลที่ใช้เพื่อการเตรียมอาหารปกติ เป็น น้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาล ในประเทศไทยสามารถผลิตน้ำตาลชนิดนี้ได้จากการแปรเปลี่ยนรูปอ้อย ซึ่งหากกินเข้าไปในจำนวนมหาศาลอาจจะเป็นผลให้มีอันตรายต่อสถาพทางร่างกายได้ ปริมาณน้ำตาลที่น่าจะบริโภคต่อวัน น้ำตาลที่มากเกินไปยอดเยี่ยมในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและเส้นเลือด อื่นๆอีกมากมาย องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ก็เลยเสนอแนะให้คนแก่รวมถึงเด็กบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม/วัน แม้กระนั้น บางคนกลับบริโภคน้ำตาลเกินมาตรฐานของกรมอนามัยโลกไปๆมาๆก โดยอาจบริโภคสูงสุดถึง 20 ช้อนชา/วัน คนที่อยู่ในวัยทำงานเป็นคนกรุ๊ปหลักที่บริโภคน้ำตาลในจำนวนมาก เนื่องจากว่ามีสมรรถนะสำหรับในการใช้จ่ายด้วยตัวเอง และก็ลักษณะการทำงานในตอนนี้ยังเอื้อต่อการกินของกินและเครื่องดื่มที่เพิ่มอีกน้ำตาลเข้าไป ซึ่งเครื่องดื่มรวมทั้งน้ำผลไม้เพิ่มเติมอีกน้ำตาลอย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน กาแฟ หรือเฉลียงมมุก ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดน้ำตาลในลำดับที่หนึ่งโดยปริมาณน้ำตาลที่ใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มนั้น นับว่าสูงที่สุดในบรรดาน้ำตาลที่ถูกบริโภคทางอ้อม ดังต่อไปนี้ ปริมาณน้ำตาลคร่าวๆในเครื่องดื่มที่คนสามัญนิยมบริโภค มีดังนี้ ชาเขียว 500 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 14.5 ช้อนชา กาแฟสด 475 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.5 ช้อนชา น้ำอัดลม 450 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.75 ช้อนชา นมเปรี้ยว 400 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 19 ช้อนชา เฉลียงมมุก 350 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 11.25 ช้อนชา น้ำผลไม้ 200 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 6.25 ช้อนชา น้ำตาลอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายอย่างไร ? การบริโภคน้ำตาลที่ถูกเพิ่มเติมในอาหารหรือเครื่องดื่มมากจนเกินไป อาจไม่ใช้เรื่องดีสำหรับสุขภาพ ดังนี้ ข้างหลังบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายจะแปลงน้ำตาลที่ได้รับมากจนเกินไปไปสะสมกลายเป็นไขมัน เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน อาจไปยั้งการโต้ตอบต่อฮอร์โมนเลปตำหนิท้องฟ้ายด้านในพบว่าการบริโภคเครื่องดื่มเพิ่มเติมน้ำตาลทำให้เกิดการสะสมของไขมันในท้อง ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคเบาหวานและก็โรคหัวใจอีกด้วย   รับประทาน วิตามินซีมากมายไป บางทีอาจเกิดอันตรายต่อสภาพร่างกาย อ่านต่อได้ที่นี่  …

Continue Reading...
Posted in สาระน่ารู้ สุขภาพ

ภัยจากพยาธิในของกินดิบที่ไม่ใช่ปัญหาเดิมๆอีกต่อไป

เกิดเรื่องที่มีการ รณรงค์กันอย่างนานแล้ว เกี่ยวกับคำตักเตือนถึงภัยการกินของกินดิบๆสุกๆแม้กระนั้นผู้คนบางกรุ๊ปก็มิได้ให้ความเอาใจใส่กับประเด็นนี้ซักเท่าไหร่นัก ยังคงนิยมกินอาหารจำพวกลาบดิบ อีกทั้งหลู้ รวมทั้งก้อย ที่มิได้มีเพียงแค่การใช้เนื้อดิบสำหรับเพื่อการปรุงอาหารเพียงอย่างเดียวหลายรายการอาหาร ยังมีการเพิ่มเติม เลือดสัตว์ใหม่ๆเพิ่มความเข้มข้นลงไปอีกด้วย แม้กระทั้งกวยเตี๋ยวน้ำตกก็ตาม ฟังมอง บางครั้งก็อาจจะคล้ายกับ รายการอาหารเปิบแปลกประหลาด แต่ว่าเนื่องมาจากอยู่คู่กับคนประเทศไทยหลายเขตแดนมาเป็นระยะเวลานาน เปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือคนเหนือ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบกันมากมาย บางเขตแดนมีตรรกะที่ว่า เป็นของกินเหมาะกับลูกผู้ชายควรจะกิน แต่ว่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลความอร่อยชินปาก หรือความศรัทธาใดๆแต่ว่า ที่หมายที่รออยู่ คงจะหนีไม่พ้นการเสี่ยงกับโรคร้าย การเป็นบ้านพักให้เหล่าพยาธิทั้งหลายแหล่ อาศัยอยู่ภายในร่างกายโดยยิ่งไปกว่านั้น “พยาธิตืดหมู” จะอันตรายมากถ้าหากมันไชขึ้นสมอง แล้วก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้อย่างยิ่งจริงๆ นอกเหนือจากนั้นยังมิได้มีในเพียงแค่เนื้อดิบสิ่งเดียวแค่นั้น ที่เป็นแหล่งหมักหมมของเหล่าพยาธิ ยังมีผักสดของแอ้มที่ใช้สำหรับในการทำผักกาดหอมต่างๆแต่ว่าล้างไม่สะอาด จนกระทั่งมีไข่พยาธิ ก็เล็ดรอดไปสู่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน แต่ว่าสำหรับภัยจากพยาธิตืดหมู นั้นกำลังเป็นกระแสที่เฝ้าระวังซึ่งมีการระบาดมากขึ้น พยาธิตืดหมูนั้น อยู่ในเครือญาติพยาธิตัวแบน เป็นพยาธิที่ใช้หมูเป็นตัวกึ่งกลางสำหรับในการเลี้ยงชีพและก็ขยายเชื้อสาย มีเอกลักษณ์พิเศษ สองเพศในร่างเดียว(Hermaphrodite) มีของลับผู้และก็เพศภรรยาอยู่ในข้อเดียวกันเหมือนไส้เดือน ก็เลยสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างเร็ว เมื่อไปสู่ตอนเต็มวัย ลำตัวจะมีลักษณะข้อแบนยืดได้เป็นเมตร มีชื่อเรียกด้านวิทยาศาสตร์ว่า Proglottid นอกเหนือจากการที่จะสามารถติดต่อได้ผ่านทางเนื้อหมูแล้ว ยังสามารถติดต่อได้จากปุ๋ยมูลสัตว์ หรือ ปุ๋ยจากมูลสัตว์ สำหรับในการใช้เพาะปลูกผักสด ซึ่งก็ติดอยู่ตามใบผักนั่นเอง ถ้าไม่ล้างให้สะอาดแล้วทานลงไป มันก็จะไปเพาะพันธุ์ต่อภายในร่างกายพวกเรา โดยบางทีอาจเอามาถึงโรคร้ายโรค ทีนิเอซีสซึ่งส่งต่อจาก โรคพยาธิตืดหมูที่อาศัยอยู่ในไส้ หรือ โรคซีสตำหนิเซอร์วัวสิส เป็นโรคที่พยาธิตัวอ่อนในถุงน้ำ ได้เข้าไปฝังตัวอยู่ในเยื่อคน ซึ่งบางครั้งอาจจะบอกได้ว่ายิ่งช่วงแปลงผลันไปเยอะแค่ไหนการคิดจะใช้วิถีเริ่มแรกสำหรับเพื่อการรับประทานก็ยิ่งจำเป็นจะต้องมีวิจารณญาณให้ทันเยอะขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่นั้น เพราะเหตุว่าแม้ว่าจะเกิดเรื่องรากฐานเดิมๆที่อยู่ในความรู้ความเข้าใจของคนเรา จนถึงดูเหมือนว่าจะคือปัญหาเรื้อรังปกติเฉพาะกรุ๊ปแล้วหลังจากนั้นก็ตาม ถ้าว่าสภาวะระบาดของโรคพยาธินั้น มันมีการพัฒนาการของมันอย่างไม่หยุด และก็บางทีอาจเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพของคนเราได้อย่างช้าๆโดยไม่ทันรู้ตัว จำเป็นจะต้องอย่างมากที่ผู้คนจะใส่ใจให้ความเอาใจใส่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมสำหรับการคุ้มครอง เลี่ยงการกินอาหารรายการอาหารเปิบดิบ รวมทั้งพิจารณาอย่างมั่นอกมั่นใจครั้งใดก็ตามจะกินแม้กระทั้งผักสด เพื่อไม่ให้แขกที่มิได้รับเชิญเข้ามาแพร่พัณธ์อยู่ในร่างกายของคุณ

Continue Reading...
Posted in สาระน่ารู้ สุขภาพ

ต้นสายปลายเหตุทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ

นับคือปัญหาที่มีผู้คนเป็นกันเยอะแยะ ในสภาพการณ์สังคมเดี๋ยวนี้ เพราะความเคร่งเครียด ที่มีเรื่องมีราวมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะต้องคิดมาก อีกทั้งงานการ การคลัง สภาพการณ์ด้านสังคม และก็อีกเพียบเลย ซึ่งคือปัญหาที่มักพบที่สุด ดังนี้มิได้มีกันในเพียงแต่วัยผู้ใหญ่แค่นั้น ในวัยรุ่นเองก็เป็นกันได้ด้วยเหมือนกัน หรือ บางครั้งอาจจะมาจากต้นสายปลายเหตุอื่นๆทั้งยัง สิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดังก่อกวน นอนในที่ไม่คุ้นเคยหรือบางทีอาจนอนป่วยหนัก หรือพบกับลักษณะอากาศที่เย็นเหลือเกินหรือร้อนจนกระทั่งนอนไม่หลับ ฯลฯ โดยไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ถ้าหากปลดปล่อยไว้ถัดไป จะเปลี่ยนเป็นผู้ที่มีร่างกายเสื่อมโทรม ไม่แข็งแรง สมองจะดำเนินงานช้า และก็ลงเอยด้วยโรคแทรก จนกระทั่งส่งผลให้เกิดการดูแลรักษา ที่อีกทั้งเสียตังค์ แล้วก็ เสียการเสียงานได้ อาการนอนไม่หลับนั้นมีหลายสาเหตที่เกิดขึ้นได้ 1.การนอนไม่หลับสาเหตุจากสิ่งกระตุ้นล้อมตัว สิ่งกระตุ้นสำคัญที่มักทำให้คนสุขภาพเสียซึ่งก็คือ เสียงดังรบกวน อีกทั้งก่อนที่จะถึงเวลานอน หรือ ระหว่างการนอนที่อาจส่งผลให้คุณตื่น ดังเช่น นอนใกล้เขตุก่อสร้างในเวลาเช้า ซึ่งไม่ใช่ตอนที่ตื่นนอนของคุณ ทำให้หลับไม่พอ ,หรือการนอนใน คอนโด หรือหอ แล้วห้องด้านข้างเสียงดังในตอนกลางดึก ,การเปิดเพลงเสียงดังในระแวกแถวบ้าน ซึ่งมาจากห้องอาหาร หรือ เครื่องเสียงติดรถยนต์ หรือ คุณเป็นคนทำงานตอนกลางคืน แต่ว่าอาศัยอยู่ใกล้ตลาด หรือ สถานที่ครึกโครมในกลางวัน 2.การได้รับสารกระตุ้นประสาทเข้าไปภายในร่างกาย ทราบไหมว่า สุราที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่คุณดื่มสังสรรค์กันทุกคืนนั้น มีส่วนทำให้การนอนของคุณนั้นแตกต่างจากปกติ มีลักษณะครึ่งหลับครึ่งตื่นมักรู้ตัวตอนเวลาดึก ทำให้หลับไม่สนิท ตื่นมาก็เลยมีภาวะชำรุดทรุดโทรม ไม่รู้สึกดี รวมทั้งการดื่มกาแฟ แล้วก็ ชา ซึ่งมีสารคาเฟอีน ส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้ตื่นตัว ถ้าดื่มในตอนมื้อก่อนนอน หรือดื่มเสมอๆจะก่อให้นอนไม่หลับ 3.โรคประจำตัว แล้วก็ ความตึงเครียด ปัจจัยที่ได้รับความนิยมที่ทำให้หลับไม่ลง ต้นสายปลายเหตุหลักของการนอนไม่หลับ มิได้มีเพียงแต่ความเคร่งเครียดตื่นตระหนกจากการทำงาน แค่นั้น ยังมีโรคต่างๆอีกเยอะมาก ที่มีผลโดยตรง…

Continue Reading...
Posted in สาระน่ารู้ สุขภาพ

ผักและผลไม้ในโลกสมัยใหม่ ล้างด้วยน้ำกินบางทีอาจเอาไม่อยู่

การปลูกทั้งยังผักผลไม้ ในตอนนี้มีการแข่งทางตลาดที่สูงมากเพิ่มขึ้น จากปริมาณเกษตรกรที่มากขึ้นในทุกปี ต่างก็พากันหาทางปลูกผักผลไม้ให้ออกผลิตผลที่มีความสวยสดงดงามน่าซื้อสูงที่สุด แม้กระนั้นบนฐานรากข้อเท็จจริงนั้น การจะมีผลให้ผลิตผลออกมาได้สมบรูณ์ในทางลัด ก็ชอบพากันหันไปพึ่งพาอาศัยสารเคมีกำจัดแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแมลงชนิดที่มักรอมารุกรานสร้างความทุกข์ร้อน แก่ผลิตผล มีโอกาสเสี่ยงต่อความย่ำแย่หรือวิธีขายมิได้ราคา ก็เลยยิ่งทำให้ไม่อาจจะหลบหลีกการใช้สารเคมีกำจัดแมลงได้ และก็ ท้ายที่สุดสารเคมีก็หลงเหลืออยู่บนผลิตผล และก็ถ้าเกิดส่งต่อจัดจำหน่ายมาถึงมือลูกค้า ก็บางทีอาจเป็นภัยร้ายที่ไม่คาดฝันได้ แน่ๆว่าความรู้เรื่องโดยรากฐานของคนสามัญเกี่ยวกับการควรจะแช่ล้างผักก่อนเอามาบริโภคนั้น เป็นสิ่งที่รับทราบกันอยู่แล้วมานาน แต่ว่าเชื่อไหมว่ายังมีห้องอาหารอยู่เยอะแยะ ที่ล้างชำระล้างผักผลไม้ด้วยแนวทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งยังจากความปล่อยทิ้งสับเพร่าและก็อีกทั้งจากความไม่คาดคิดถึงการล้างผักที่ถูกทาง ซึ่งกรรมวิธีล้างด้วยน้ำนั้นนั่บเป็นแนวทางพื้นฐานที่มักใช้กัน แม้กระนั้นสำหรับน้ำดื่มนั้นบางครั้งถึงแม้ ไม่ว่าจะล้างไปๆมาๆกขนาดไหนก็ยากที่จะสามารถช่วยลดสารเคมีจากผักได้มากสักเท่าไหร่ เคยมีการทดลองการล้างสารเคมี ด้วยการนำผักกาดขาว ซึ่งเป็นผักที่นิยมขายกันแพร่หลายในทุกตลาด มาทดลองในน้ำผสมสี ที่เทียบเป็นสารเคมี พบว่ามีการซึมเข้าไปในเนื้อผักอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเฉลี่ยอัตตราสารพิษที่ล้างออกแล้วจะเหลือหลงเหลืออยู่ สูงถึง 60% อย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นการล้างผักก็ยังเกิดเรื่องที่ต้องอยู่ เพราะเหตุว่าดีมากกว่าคุณมิได้ล้างสารตกค้างบนผักผลไม้เลย ถึงแม้ว่าจะล้างออกได้น้อยก็ตาม ดังนี้ยังสำคัญตรงซึ่งสามารถล้างพวกไข่พยาธิบนผัก ปกป้องไม่ให้ไปสู่ร่างกายได้ด้วยนั่นเอง แนวทางการลดอัดยี่ห้อเสี่ยงที่ทำเป็น บางทีก็อาจจะช่วยได้มากถ้าหากคุณเลือก ร้านขายผักผลไม้ที่ขึ้นป้าย ผักปราศจากพิษ รวมทั้งได้รับการยืนยัน โดย หน่วยงาน ของกินและก็ยา ไว้เป็นร้านค้าประจำ หรือ กระบวนการทำวิชาความรู้จะ กับผู้ค้าผักผลไม้อินทรีย์ปราศจากสารไม่ถูก เพื่อจะได้จำหน่ายเป็น ร้านค้าประจำไปเลยอย่างไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจ แถมยังได้ส่วนลด นอกจากนั้นผักที่มีรอยเจาะของแมลง เป็นเครื่องหมายของการที่ผักมิได้ผ่านการฉีดสารกำจัดแมลงมา ทั้งยังยังสามารถล้างให้ไม่เป็นอันตรายเพิ่มขึ้นโดยล้างร่วมกับการใช้ด่างทับทิม เป็นแนวทางที่นิยมใช้กันมานานที่สุด เนื่องจากเป็นแนวทางที่ออกจะได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้แต่เพียงน้ำ ทั้งยังยังหาซื้อได้ง่าย แต่ว่าควรต้องระวังการใช้เนื่องจากด่างทับทิมสามารถได้ผลเป็นพิษได้ถ้าเกิดมีการล้างที่ผิดจำต้อง เว้นเสียแต่ด่างทับทิมแล้ว ยังสามารถใช้น้ำส้มสายชูด้านในห้องครัวแทนได้ เพียงแต่ผสมลงไปในน้ำเพียงนิดหน่อยแล้วคนจะกว่าจะเข้ากัน ต่อจากนั้นแช่ลงราวๆ 10-15นาทีเช่นเดียวกันกับลักษณะการใช้ด่างทับทิม แต่ว่าแนวทางลักษณะนี้ไม่สมควรเอาไปใช้กับผักชนิดดูดน้ำดังเช่น ผักกาดขาว เพราะบางทีอาจอมกลิ่นน้ำส้มสายชูได้

Continue Reading...